Winnie The Pooh Bear Christmas Heart

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

หลังจากพระบรมราชชนกเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช จึงตกเป็นพระราชภาระในสมเด็จพระบรมราชชนนีที่จะทรงอภิบาลพระราชโอรสพระราชธิดาทั้ง 3 พระองค์ตามลำพัง พระราชภาระนี้ช่างใหญ่หลวงนัก แต่ด้วยเดชะพระบารมี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระปรีชาสามารอย่างยิ่ง ทรงอภิบาลรักษาพระโอรสและพระธิดาให้ทรงพระเจริญ เพียบพร้อมด้วยพระราชจริยาวัตรสมบูรณ์ด้วยพระสติปัญญาสมพระอิสริยยศ และเป็นความหวังของปวงชนชาวไทยจนกระทั่งบัดนี้
สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงมีพระราชดำริว่า การเลี้ยงดูอบรมเด็กนั้นมีหลักสำคัญอยู่ 2 ประการ คือ เด็กต้องมีพลานามัยสมบูรณ์ประการหนึ่ง และเด็กต้องอยู่ในระเบียบวินัย โดยไม่บังคับเข้มงวดจนเกินไป




สมเด็จพระบรมราชชนนีให้การอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดาเมื่อยังทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงถือตามหลักดังกล่าวนั้น ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่เรื่องพระกระยาหารของพระราชโอกาสและพระธิดา ให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ทรงให้เล่นออกกำลังกาย และทรงสั่งสอนให้อยู่ในระเบียบวินัย ซื่อสัตย์ต่อเวลา เนื่องด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงได้ศึกษาวิชาพยาบาลจากศิริราชพยาบาล และตอนประทับอยู่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้ทรงศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้านอนามัยและโภชนาการ ซึ่งความรู้เหล่านี้ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการอภิบาลบำรุงพระราชโอรสและพระราชธิดาได้เป็นอย่างดีเมื่อยังทรงพระเยาว์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ ณ พระตำหนักใหม่วังสระปทุม ถนนพญาไทย พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช และพระเชษฐภคินี จากตำหนักใหม่ที่ประทับมีถนนสู่พระตำหนักใหญ่ที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ซึ่งเป็นพระตำหนักอยู่ในบริเวณเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปเข้าเฝ้า สมเด็จพระอัยยิกาเสมอ ๆ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี พระเชษฐาธิราช และพระเชษฐภคินี ครั้งหนึ่งเมื่อยังทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล่นสนุกบนรถลากสองล้อจนพลัดตกลงมาเป็นแผล จนสมเด็จพระบรมราชชนนีไม่นำเข้าเสด็จขึ้นเฝ้า ด้วยทรงเกรงว่าสมเด็จพระอัยยิกาจะทรงเป็นห่วงพระราชนัดดานั่นเอง



สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงเห็นว่า การเล่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็ก จึงทรงสนับสนุนให้พระราชโอรสและพระราชธิดาได้ทรงเล่น เพื่อเป็นการออกกำลังกายพระรวรกายเหมือนธรรมชาติเด็กทั่ว ๆ ไป แม้แต่การเล่นน้ำ เล่นไฟ หรือเล่นดินเล่นทรายที่ผู้ใหญ่ไม่ยอมให้เด็ก ๆ เล่น เพราะเกรงจะเป็นอันตรายหรือกลัวสกปรกเปื้อนเปรอะ แต่สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงอนุญาตให้พระราชโอรส พระราชธิดา ทรงเล่นได้ ท่านทรงควบคุมดูแลด้วยพระองค์เอง โดยให้เล่นในที่ปลอดภัย เล่นในบ่อที่น้ำตื้น ๆ หรือในบริเวณที่ทรงสามารถควบคุมไม่ให้เกิดอันตราย หรือสกปรกเลอะเทอะ ฉะนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงพระเยาว์จึงทรงมีโอกาสได้เล่นสนุกอย่างเด็ก ๆ ทั่วไป ทรงเล่นขุดดิน ทรงเล่นทราย เล่นน้ำ แม้กระทั่งทรงเล่นจุดไฟ... ทั้งยังทรงเล่นขับรถยนต์ด้วย แม้จะเป็นรถยนต์เก่าที่ไม่ใช้แล้ว สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงให้มหาดเล็กยกขึ้นวางบนคานไม้ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวัยพระเยาว์ พร้อมด้วยพระบรมเชษฐาก็ทรงขึ้นไปนั่งทำเหมือนขับรถจริง ๆ แม้ว่าสมเด็จพระบรมราชชนนีจะทรงสนับสนุนให้พระราชโอกาสและพระราชธิดาทรงเล่นตามประสาเด็ก ๆ แต่ทั้งสามพระองค์ก็ทรงอยู่ในระเบียบวินัย ต้องทรงปฏิบัติตามเวลา ไม่ใช่เถลไถลไปทำโน่นทำนี่ และต้องทรงตรงต่อเวลาอีกด้วย



เมื่อครั้งประทับอยู่พระตำหนักใหม่ ในวังสระปทุม จะตีฆ้องบอกสัญญาณให้รู้ว่า ถึงเวลาเสวยพระกระยาหารกลางวันแล้ว บางครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมเชษฐาทรงเล่นเพลิดเพลิน ไม่ทรงเลิก สมเด็จพระบรมราชชนนีจะทรงให้เล่นต่อไป แต่ครั้งถึงเวลาบรรทมตอนบ่ายพระองค์จะทรงตามให้เสด็จมาชำระพระหัตถ์ให้สะอาด แล้วให้เสด็จขึ้นแท่นบรรทมโดยไม่ทรงอนุญาตให้เสวยพระกระยาหาร จนกว่าจะถึงเวลาเสวยนมตอนบ่ายสีโมงเย็น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมเชษฐาธิราช และพระเชษฐภคินี ต่างทรงถูกฝึกฝนความมีระเบียบวินัยมาแต่ทรงพระเยาว์ สมเด็จพระอัยยิกาก็ทรงสนับสนุนให้พระราชนัดดาอยู่ในระเบียบวินัย วันหนึ่งพระราชนัดดามาเฝ้า ฯ ที่โต๊ะเสวย ทอดพระเนตรเห็นอาหารหลากหลายชนิด ทรงชี้พระหัตถ์ว่า
“นี่น่าอร่อย นี่ก็น่าอร่อย” สมเด็จพระอัยยิกาใคร่จะประทานครั้งนึกได้“ไม่ได้...ไม่ได้ แม่เขาจะว่า” จึงทรงให้คนห่อแบ่งเอาไปถวายที่พระตำหนักใหม่ให้เสวยเมื่อถึงเวลาที่จะเสวย



เรื่องการอบรมเด็กให้มีระเบียบวินัย ครั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา และทรงมีครอบครัวของพระองค์เอง ก็ทรงนำมาเป็นหลักปฏิบัติในการอบรมพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าว่า เมื่อทรงพระเยาว์พระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ต้องทรงปฏิบัติตามตารางเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางไว้ให้ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด เช่น
“เช้าต้องดูหนังสือ กินข้าว แล้วเดินไปโรงเรียน ตอบบ่ายกลับมาขึ้นเฝ้า ฯ ให้ท่านเห็นหน้าเห็นตา บ่ายสองสามโมงออกอากาศ (เดินเล่น) ห้าโมงขึ้นมากินข้าวเย็น ทุ่มหนึ่งก็เข้านอน”
ในพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่เยาวชนของชาติ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 8 มกราคม พ.ศ.2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชี้ถึงความสำคัญของการมีระเบียบวินัยดังนี้
“เด็ก ๆ ต้องฝึกหัดอบรมทั้งกายทั้งใจให้เข้มแข็ง เป็นระเบียบและสุจริต เพื่อประโยชน์ของตนในภายหน้า เพราะคนที่ไม่เข้มแข็งไม่สามารถควบคุมกายใจให้อยู่ในระเบียบและความดี ยากนักที่จะได้ประสบความสำเร็จ และความเจริญอย่างแท้จริงในชีวิต”เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุ 5 พรรษา ได้เข้ารับการศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนมาแตร์เดอี ถนนเพลินจิต กรุงเทพมหานคร 




หลังจากนั้นไม่นาน ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 สถานการณ์การเมืองที่ผันแปร ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เป็นผลให้สถานภาพของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการบางกลุ่มต้องออกจากราชการ เจ้านายหลายพระองค์ต้องเสด็จออกจากประเทศไทยไปพำนักอยู่ในประเทศต่างแดน เมื่อความขัดแย้งระหว่างพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 กับรัฐบาลของนายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้า “คณะราษฎร” มากยิ่งขึ้น จนไม่อาจจะประนีประนอมได้ ความยุ่งยากทางการเมืองก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงต่อพระชนม์ชีพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมเชษฐาธิราช แบะพระเชษฐภคินี
ดังนั้น ในราวต้นปี พ.ศ.2476 สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พาพระโอรสและพระธิดาเสด็จไปประทับที่เมืองโลซานน์ (Lausanne) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติในเดือนมีนาคม พ.ศ.2477 และทรงสละพระราชสิทธิในการแต่งตั้งผู้สืบราชสมบัติด้วย รัฐบาลจึงได้อัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นครองราชย์ เพราะทรงอยู่ในลำดับที่หนึ่ง แห่งการสืบราชสันตติวงศ์ตามกฎมณเฑียรบาล พุทธศักราช 2467 ซึ่งตอนนั้นพระบรมเชษฐามีพระชนมายุ 9 พรรษาเท่านั้น


หลังจากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเสด็จขึ้นครองราชย์ การดำรงพระชนม์ชีพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเชษฐภคินี คงใช้ชีวิตที่สงบเรียบง่าย ทั้ง 3 พระองค์ยังประทับและทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ต่อไป แต่ในครั้งนั้นได้ทรงย้ายไปประทับ ณ พระตำหนักวิลล่าวัฒนา ที่เมืองพุลลี่ (Pully) ใกล้กับทะเลสาบเลอมัง ซึ่งกว้างขวางกว่าพระตำหนักหลังเดิม เพื่อความเหมาะสมกับพระราชสถานะใหม่ที่ทรงได้รับ ซึ่งสถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช” เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.247ต่อมาในปี พ.ศ.2478 พระบาทสมเด็นพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมเชษฐาธิราช ย้ายจากโรงเรียนเมียร์มองต์ (Miremont) ที่ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ มาทรงศึกษาต่อที่โรงเรียนแห่งใหม่ชื่อโรงเรียนนูเวลล์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติ ทรงเรียนจนสอบไล่ได้ชั้นมัธยมปลาย และทรงได้รับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ ทรงเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยโลซานน์ (Lausanne University) โดยทรงเลือกศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์แขนงวิศวกรรมศาสตร์ ตอนแรกทรงเป็นนักศึกษาไป-กลับ จนสองปีสุดท้ายจึงทรงเป็นนักศึกษาประจำ เพื่อต้องการทรงทราบชีวิตนักศึกษาประจำ ที่ต้องทำอะไรด้วยตัวเองทุกอย่าง
ตลอดเวลาที่ประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลทรงอบรมเลี้ยงดูพระราชโอรสและพระราชธิดาให้ดำรงชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายเยี่ยงสามัญชน ทรงสอนให้รู้จักประหยัดรู้คุณค่าของเงิน และมิให้ทรงรังเกียจงานสุจริตทุกประเภท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชทรงใกล้ชิดสนิทสนมกันมากเพราะพระชนมพรรษาห่างกันเพียง 2 พรรษาเท่านั้น ทั้งสองพระองค์ทรงโปรดของหลายสิ่งคล้ายกัน แม้แต่การทรงฉลองพระองค์พระองค์มักจะทรงเลือกแบบเดียวกัน ทรงโปรดเรื่องเรือรบและเครื่องบินเหมือนกัน ทรงรวบรวมสมุดภาพเรือรบและเรือจำลงไว้หลายลำ เมื่อพระชนมพรรษามากขึ้นก็ทรงโปรดดนตรี และทรงเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าเหมือนกัน
แม้ขณะนั้นจะทรงเป็น “เจ้าฟ้า” แล้ว แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังทรงรับเงินใช้ส่วนตัวไม่มากนัก เงินที่ทรงรับพอจะซื้อช็อกโกแลตหรือหนังสือ และของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น สมเด็จพระบรมราชชะนีทรงสอนให้รู้จักประหยัดอดออมเงิน ให้ทรงรู้จักเก็บเงินฝากธนาคาร ทรงชอบทำและประดิษฐ์ของเล่นเอง สมเด็จพระบรมราชชนนีไม่ใคร่จะทรงซื้อให้บ่อยครั้งนัก เว้นแต่ช่วงวันปีใหม่ และวันพระราชสมภพ โดยมากจะเป็นของชิ้นโต ๆ ที่พระราชโอรส พระราชธิดาทูลขอล่วงหน้า
สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงสนับสนุนไห้ทรงทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เช่น ทรงต่อเรือลำเล็ก ๆ พระองค์และสมเด็จพระบรมเชษฐา ทรงช่วยกันเปิดตำราที่สอนการประกอบวิทยุ ทรงต่อวิทยุตามตำราจนสำเร็จใช้การได้ ทรงคิดสร้างแบบและทรงต่อเรือใบเล็กด้วยพระองค์เองในระหว่างปี พ.ศ.2509-2510 พระราชทานชื่อว่า เรือมด, เรือซูเปอร์มด และเรือไมโครมดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติตามพุทธภาษิตเกี่ยวกับการประดิษฐ์ของใช้เองว่า ภตฺเต ผู้ทำเองย่อมรื่นรมย์
จากหนังสือ ในหลวงของปวงไทย โดย โชติ ศรีสุวรรณ

ภาพหาดูยาก "ในหลวงของเรา" รำลึกไว้ในดวงใจ



ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
         "เพราะคิดถึงพ่อ..สุดดวงจิต" FEEL GOOD ชวนชมภาพหาดูได้ยากของพ่อหลวงที่เราอาจยังไม่เคยได้เห็นกันมาก่อน และต้องดูเป็นบุญตาสักครั้งในชีวิต ตั้งแต่พระองค์ทรงพระเยาว์ กิจกรรมกีฬาและการดนตรีที่พ่อชอบ ตลอดจนพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทำเพื่อแผ่นดินไทยกว่า 70 ปี . .

ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        พระสูติบัตรในหลวง
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        ทะเบียนสมรสของในหลวง-พระราชินี
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        ลายพระราชหัตถเลขาของในหลวงสมัยทรงพระเยาว์ทรงส่งให้สมเด็จพระอัยยิกา
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        ความทรงจำเมื่อครั้งทรงพระเยาว์กับสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        ความทรงจำเมื่อทรงพระเยาว์
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        "...ข้าพเจ้าอยากเห็นน้องใกล้ๆ และอยากแตะต้อง แต่ที่โรงพยาบาลเขาก็ให้ดูเพียงหลังกระจกที่กั้นห้องเด็กไว้ เมื่อกลับมาบ้านแล้วข้าพเจ้าได้ถามแหนนว่า
       
       "น้องคนใหม่นี้พูดไทยได้หรือเปล่า" 
       
       ความตอนหนึ่งในงานพระนิพนธ์ เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์,โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        ความทรงจำเมื่อทรงพระเยาว์
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        แมวทรงเลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ติโตแมวเพศผู้ พันธุ์วิเชียรมาศที่สมเด็จย่าทรงเลี้ยงคู่กับ ติต้า เพศเมีย เมื่อครั้งประทับอยู่ที่ ตำหนักเมืองโลซาน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประมาณปี พ.ศ. 2487
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        "...อดคิดถึงพี่ไม่ได้เลยแม้แต่ขณะเดียว ฉันเคยคิดว่า ฉันจะไม่ห่างจากพี่ตลอดชีวิต แต่มันเป็นเคราะห์กรรม ไม่ได้คิดเลยว่าจะเป็นกษัตริย์ คิดแต่จะเป็นน้องของพี่เท่านั้น.."
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        ทรงพระผนวช
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        รักแรกพบของพระองค์
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        ของที่ระลึกในพระราชพิธีราชภิเษกสมรส
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        พระองค์เสด็จเยี่ยมประชาชนในเขตพื้นที่พัฒนาพรุแฆแฆ จ.ปัตตานี
       
       . 
ภาพหาดูยาก ในหลวงของเรา รำลึกไว้ในดวงใจ
        ในหลวงกับพระราชโอรส-ธิดา
เรื่องราวตอนทรงพระเยาว์ ของ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ พร้อมภาพประวัติศาสตร์ ตั้งแต่พระองค์ทรงพระเยาว์ และภาพระหว่างพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
ในหลวงรัชกาลที่๙ ทรงเริ่มการศึกษาชั้นเตรียมอนุบาลที่โรงเรียนของมิสซิสเดวีสซึ่งเปิดสอนที่บ้าน ต่อมามิสซิลเดวีสปิดโรงเรียนลง จึงทรงย้ายไปเข้าชั้นอนุบาลที่โรงเรียนมาแตร์เดอี พ.ศ. 2475 เมื่อเจริญพระชนมายุได้สี่พรรษา จนถึงเดือนพฤษภาคม 2476 จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยพระบรมราชชนนีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเพื่อการศึกษาและพระพลานามัยของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนเมียร์มองต์ เมืองโลซาน ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2477 ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ แล้วทรงเข้าชั้นมัธยมศึกษา ณ “โรงเรียนแห่งใหม่ของซืออีสโรมองด์”  เมืองแชลลี-ซูร์-โลซาน เมื่อพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 จากนั้นเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์จนถึง พ.ศ. 2488 ทรงรับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ จากโรงเรียนยิมนาส คลาซีค กังโตนาล แล้วทรงเข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซาน แผนกวิทยาศาสตร์
ความทรงจำเมื่อครั้งทรงพระเยาว์
แม่เล่าว่า พระองค์เล็ก ถึงแม้ว่าจะยังเดินไม่ได้ ก็มีวิธีขององค์เองในการข้ามถนนหน้าบ้านที่เป็นกรวดแหลมๆ ท่านจะโก้งโค้ง เอามือและเท้าแตะพื้น และเดินสี่เท้าแบบนี้ไป แทนที่จะคลานให้เจ็บเข่า ในไม่ช้าข้าพเจ้าก็ถูกส่งไปโรงเรียนราชินี พระองค์ชาย และ พระองค์เล็ก เล่นด้วยกันที่วังทั้งวัน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๓ พระองค์ชาย ถูกส่งไปโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยในชั้นอนุบาล ๑ พระองค์เล็ก จึงอยู่ที่วังองค์เดียว แต่ตอนบ่ายก็อยู่ด้วยกันอีก เพราะไม่ได้ไปโรงเรียนในตอนบ่าย
ในสมัยนั้น วังสระปทุมยังนับว่าอยู่ชานเมือง อากาศยังบริสุทธิ์ แม่จึงอยากให้ลูกๆ ได้อยู่กลางแจ้งให้มากที่สุด ท่านจัดที่ทาง สิ่งก่อสร้าง และอุปกรณ์ให้ทีละเล็กละน้อย สิ่งแรกที่สร้างขึ้นคือที่เล่นทราย
เวลาอยู่กลางแดดนานๆ หรือไปเที่ยวที่ไหนที่คิดว่าจะต้องตากแดด แม่มักจะให้เราใส่กะโล่ กลัวว่าอาจไม่สบายได้ เพราะยังไม่ชินกับแดดร้อนๆของเมืองไทย แต่ เมื่อแรกๆ พระองค์เล็ก จะโยนหมวกนั้นออกไปเสมอ ไม่ชอบเลย แหนน (พระพี่เลี้ยง) จึงคิดหา “ชฎาใบลาน” แบบที่ขายในงานวัดมา พระองค์เล็กก็ยอมใส่ได้นานกว่าหมวกกะโล่ ในไม่ช้าการเล่นในกองทรายนั้นจะรู้สึกว่าไม่สนุกนัก เพราะเมื่อเอาน้ำเทลงไปในทราย น้ำก็จะซึมลงไปหมด จึงย้ายกันออกมาเล่นข้างนอกขุดคลองในดิน นำน้ำมาใส่ให้มาไหลในคลอง แล้ววิ่งไปเก็บกิ่งไม้ที่พุ่มไม้ นี่คือการสัมผัสครั้งแรกกับงานชลประทานและการปลูกป่า !!
แม่ให้เล่นน้ำด้วย ตอนแรกๆ เล่นในถังเงิน ซึ่งสมเด็จย่าทรงทำให้หลานๆ อาบน้ำในห้องน้ำ แต่ไม่สะดวกเพราะหนักมากและดำเร็ว แม่จึงให้ทำถังไม้ทาสีใช้แทน เครื่องเล่นประกอบคือถ้วยชามตุ๊กตาและลูกมะพร้าวที่เขาใช้แล้ว
ครั้งหนึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กราบบังคมทูลสัมภาษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงสมัยที่ยังทรงพระเยาว์ว่า…
“ทรงจำอะไรได้บ้าง”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ รับสั่งว่า…
“…ส่วนมากจะทรงจำได้เพราะรูปหรือหนัง แต่ก็มีบางอย่างที่ทรงจำได้เอง ทั้งๆ ที่ไม่มีรูปหรือหนัง ทรงจำความรู้สึกได้บางอย่าง เช่น ครั้งหนึ่งมีการแสดงหุ่นเรื่องอาลีบาบา ที่บ้านของเพื่อนของเพื่อนแม่ ตอนหนึ่งมีการเปิดถ้ำด้วยเสียงดัง รับสั่งว่ารู้สึกกลัว อยากกลับ แต่แม่ไม่ยอมให้กลับ ต้องให้จบก่อน อีกครั้งหนึ่งเป็นเวลาใกล้เทศกาลคริสต์มาส ห้างไวท์อะเวย์ ได้จัดให้มีคนแต่งเป็นซานตาคลอส นั่งในเรือบินและแจกของให้เด็ก รับสั่งว่า ไม่ชอบเลย ออกจะกลัว สิ่งที่ทรงเล่าอีกคือ ทรงจำคืนสุดท้ายก่อนออกเดินทางไปประเทศสวิทเซอร์แลนด์ได้ นอนไม่หลับจึงลุกขึ้นมาห้องแหนน ซึ่งอยู่ติดกับห้องนอน นั่งกับพื้น และหลับตา ทรงจำได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นสีต่างๆ ผ่านไปมาในนัยน์ตาที่หลับอยู่… ”
ความตอนหนึ่งในงานพระนิพนธ์ เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์ โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
13423837_976090579174504_2333655145410974461_n
แต่งถวายสมเด็จย่า สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
เมื่อสมเด็จพระพี่นางไม่อยากทรงชุดตัวนาง(ชุดผู้หญิง) อยากทรงชุดตัวพระ(ชุดผู้ชาย) ดังนั้นในหลวงรัชกาลที่๙ สละชุดเปลี่ยนแทน
Advertisement
13406822_976090592507836_7134671680381244235_n
วันหนึ่งแม่ลงมาดูลูกชายสองคนซึ่งกำลังเล่นละลายเทียนไขในกระทะเล็กที่วางบนอั้งโล่ แม่เห็นคางคกอยู่ในกระทะตัวหนึ่ง แม่ก็เอะอะใหญ่และถามพระองค์ชายว่า สมเด็จฯเคยสอนเรื่องยุง ทำไมจึงมาทำอย่างนี้ พระองค์ชายตอบว่า สมเด็จฯไม่ได้สอนเรื่องคางคก เมื่อข้าพเจ้าไปสัมภาษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๒๙ ได้ทูลถามว่าทรงจำเรื่องคางคกนั้นได้ไหม รับสั่งว่าทรงจำได้ และคางคกนั้นไม่ได้ไปจับมามันกระโดดลงไปในกระทะเองโดยบังเอิญ
จากส่วนหนึ่งในหนังสือ “เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระนิพนธ์แด่พระอนุชาผู้เป็นที่รักยิ่ง
13394089_976090629174499_5319406208273365359_n
แมวทรงเลี้ยง
คุณติโตเป็นแมวตัวเดียวที่ทรงเลี้ยงของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงเลี้ยงระหว่างประทับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์มีสีน้ำตาลเข้มและมีหูกับส่วนต่างๆ ออกสีเข้มกว่าตัวอกสีอ่อน ตาสีฟ้า เป็นแมวที่ชอบการท่องเที่ยวชอบหนีเที่ยวไปข้างนอกแล้วเข้าพระตำหนักไม่ได้เป็นประจำ ทั้งยังช่างครวญครางคล้ายจะพูดได้เป็นที่สุด
ติโตแมวเพศผู้ พันธุ์วิเชียรมาศที่สมเด็จย่าทรงเลี้ยงคู่กับ ติต้า เพศเมีย เมื่อครั้งประทับอยู่ที่ ตำหนักเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๗
ทั้งนี้ “ติโต” นั้นคือ ชื่อแฝงของ ประธานาธิบดีโยซิป โบรช (Josip Broz) ของประเทศยูโกสลาเวีย เป็น นักต่อสู้ ผู้กล้าหาญ และมีเลือดรักชาติอย่างที่สุด ผู้หาญสู้กับฮิตเลอร์ในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ด้วยความองอาจ รวมทั้งรักษาประเทศให้พ้นจากอำนาจของสหภาพโซเวียต
fb: นิทรรศการพลังแผ่นดิน อัศจรรย์งานศิลป์ แผ่นดินสยาม
13413621_976090662507829_4173184362393761501_n
“…อดคิดถึงพี่ไม่ได้เลยแม้แต่ขณะเดียว ฉันเคยคิดว่า ฉันจะไม่ห่างจากพี่ตลอดชีวิต แต่มันเป็นเคราะห์กรรม ไม่ได้คิดเลยว่าจะเป็นกษัตริย์ คิดแต่จะเป็นน้องของพี่เท่านั้น..”
พระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ อ้างอิงจากบทความเรื่อง “เมื่อข้าพเจ้าบินไปสืบกรณีสวรรคต ที่สวิตเซอร์แลนด์” ซึ่งบันทึกคำสัมภาษณ์พระพินิจชนคดี โดยผู้ใช้นามปากกาว่า “แหลมสน” ตีพิมพ์ใน เกียรติศักดิ์ ฉบับวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๑
104177056
แข่งกันว่า ใครทำหน้า หน้าเกลียดที่สุด
(คำบรรยายจาก เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์)
เมื่อไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ใหม่ๆ เราจะพูดภาษาไทยด้วยกัน เมื่อพูดภาษาฝรั่งเศสได้คล่องแล้ว พี่น้องทั้งสามคนจะพูดภาษาฝรั่งเศสด้วยกัน แต่จะพูดภาษาไทยกับแม่เสมอไป เมื่อข้าพเจ้าไปกราบทูลสัมภาษณ์พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2530 ทรงเล่าขึ้นมาเองว่า คงเป็นเมื่อไปถึงโลซานน์ใหม่ๆ พระองค์ชาย หรือ ในหลวงร.๘ ชอบล้อว่า “จมูกเล็กหัก จมักเล็กหก จมกเล็กหุก ฮู ๆ ๆ” ทรงเล่าว่า “รำคาญและโกรธ” จึงไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็แนะนำให้หาอะไรไปล้อบ้างซิ เช่นที่นิ้วก้อยพระองค์ชาย ทรงมีร่องที่ปลายนิ้วข้างหนึ่งซึ่งทำให้ดูเหมือนมีติ่งอยู่ ไม่มีใครจำได้ว่าเป็นมาแต่กำเนิดหรือมาเป็นเอาภายหลัง พระองค์เล็กพยายามเอาเรื่องนี้ไปล้อ แต่พระองค์ชายไม่รู้สึกกระทบกระเทือนแต่อย่างไรเลย
จากส่วนหนึ่งในหนังสือ “เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระนิพนธ์แด่พระอนุชาผู้เป็นที่รักยิ่ง
คราวนี้ลองมาชมภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จ.ปทุมธานี