เรื่องราวตอนทรงพระเยาว์ ของ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ พร้อมภาพประวัติศาสตร์ ตั้งแต่พระองค์ทรงพระเยาว์ และภาพระหว่างพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
ในหลวงรัชกาลที่๙ ทรงเริ่มการศึกษาชั้นเตรียมอนุบาลที่โรงเรียนของมิสซิสเดวีสซึ่งเปิดสอนที่บ้าน ต่อมามิสซิลเดวีสปิดโรงเรียนลง จึงทรงย้ายไปเข้าชั้นอนุบาลที่โรงเรียนมาแตร์เดอี พ.ศ. 2475 เมื่อเจริญพระชนมายุได้สี่พรรษา จนถึงเดือนพฤษภาคม 2476 จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยพระบรมราชชนนีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเพื่อการศึกษาและพระพลานามัยของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนเมียร์มองต์ เมืองโลซาน ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2477 ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ แล้วทรงเข้าชั้นมัธยมศึกษา ณ “โรงเรียนแห่งใหม่ของซืออีสโรมองด์” เมืองแชลลี-ซูร์-โลซาน เมื่อพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 จากนั้นเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์จนถึง พ.ศ. 2488 ทรงรับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ จากโรงเรียนยิมนาส คลาซีค กังโตนาล แล้วทรงเข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซาน แผนกวิทยาศาสตร์
ความทรงจำเมื่อครั้งทรงพระเ ยาว์
แม่เล่าว่า พระองค์เล็ก ถึงแม้ว่าจะยังเดินไม่ได้ ก็มีวิธีขององค์เองในการข้า มถนนหน้าบ้านที่เป็นกรวดแหล มๆ ท่านจะโก้งโค้ง เอามือและเท้าแตะพื้น และเดินสี่เท้าแบบนี้ไป แทนที่จะคลานให้เจ็บเข่า ในไม่ช้าข้าพเจ้าก็ถูกส่งไป โรงเรียนราชินี พระองค์ชาย และ พระองค์เล็ก เล่นด้วยกันที่วังทั้งวัน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๓ พระองค์ชาย ถูกส่งไปโรงเรียนมาแตร์เดอี วิทยาลัยในชั้นอนุบาล ๑ พระองค์เล็ก จึงอยู่ที่วังองค์เดียว แต่ตอนบ่ายก็อยู่ด้วยกันอีก เพราะไม่ได้ไปโรงเรียนในตอนบ่าย
ในสมัยนั้น วังสระปทุมยังนับว่าอยู่ชานเมือง อากาศยังบริสุทธิ์ แม่จึงอยากให้ลูกๆ ได้อยู่กลางแจ้งให้มากที่สุด ท่านจัดที่ทาง สิ่งก่อสร้าง และอุปกรณ์ให้ทีละเล็กละน้อย สิ่งแรกที่สร้างขึ้นคือที่เล่นทราย
เวลาอยู่กลางแดดนานๆ หรือไปเที่ยวที่ไหนที่คิดว่าจะต้องตากแดด แม่มักจะให้เราใส่กะโล่ กลัวว่าอาจไม่สบายได้ เพราะยังไม่ชินกับแดดร้อนๆของเมืองไทย แต่ เมื่อแรกๆ พระองค์เล็ก จะโยนหมวกนั้นออกไปเสมอ ไม่ชอบเลย แหนน (พระพี่เลี้ยง) จึงคิดหา “ชฎาใบลาน” แบบที่ขายในงานวัดมา พระองค์เล็กก็ยอมใส่ได้นานกว่าหมวกกะโล่ ในไม่ช้าการเล่นในกองทรายนั้นจะรู้สึกว่าไม่สนุกนัก เพราะเมื่อเอาน้ำเทลงไปในทราย น้ำก็จะซึมลงไปหมด จึงย้ายกันออกมาเล่นข้างนอกขุดคลองในดิน นำน้ำมาใส่ให้มาไหลในคลอง แล้ววิ่งไปเก็บกิ่งไม้ที่พุ่มไม้ นี่คือการสัมผัสครั้งแรกกับงานชลประทานและการปลูกป่า !!
แม่ให้เล่นน้ำด้วย ตอนแรกๆ เล่นในถังเงิน ซึ่งสมเด็จย่าทรงทำให้หลานๆ อาบน้ำในห้องน้ำ แต่ไม่สะดวกเพราะหนักมากและดำเร็ว แม่จึงให้ทำถังไม้ทาสีใช้แทน เครื่องเล่นประกอบคือถ้วยชามตุ๊กตาและลูกมะพร้าวที่เขาใช้แล้ว
ครั้งหนึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กราบบังคมทูลสัมภาษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงสมัยที่ยังทรงพระเยาว์ว่า…
“ทรงจำอะไรได้บ้าง”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ รับสั่งว่า…
“…ส่วนมากจะทรงจำได้เพราะรูปหรือหนัง แต่ก็มีบางอย่างที่ทรงจำได้เอง ทั้งๆ ที่ไม่มีรูปหรือหนัง ทรงจำความรู้สึกได้บางอย่าง เช่น ครั้งหนึ่งมีการแสดงหุ่นเรื่องอาลีบาบา ที่บ้านของเพื่อนของเพื่อนแม่ ตอนหนึ่งมีการเปิดถ้ำด้วยเสียงดัง รับสั่งว่ารู้สึกกลัว อยากกลับ แต่แม่ไม่ยอมให้กลับ ต้องให้จบก่อน อีกครั้งหนึ่งเป็นเวลาใกล้เทศกาลคริสต์มาส ห้างไวท์อะเวย์ ได้จัดให้มีคนแต่งเป็นซานตาคลอส นั่งในเรือบินและแจกของให้เด็ก รับสั่งว่า ไม่ชอบเลย ออกจะกลัว สิ่งที่ทรงเล่าอีกคือ ทรงจำคืนสุดท้ายก่อนออกเดินทางไปประเทศสวิทเซอร์แลนด์ได้ นอนไม่หลับจึงลุกขึ้นมาห้องแหนน ซึ่งอยู่ติดกับห้องนอน นั่งกับพื้น และหลับตา ทรงจำได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นสีต่างๆ ผ่านไปมาในนัยน์ตาที่หลับอยู่… ”
ความตอนหนึ่งในงานพระนิพนธ์ เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์ โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

แต่งถวายสมเด็จย่า สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
เมื่อสมเด็จพระพี่นางไม่อยากทรงชุดตัวนาง(ชุดผู้หญิง) อยากทรงชุดตัวพระ(ชุดผู้ชาย) ดังนั้นในหลวงรัชกาลที่๙ สละชุดเปลี่ยนแทน
Advertisement

วันหนึ่งแม่ลงมาดูลูกชายสอง คนซึ่งกำลังเล่นละลายเทียนไ ขในกระทะเล็กที่วางบนอั้งโล ่ แม่เห็นคางคกอยู่ในกระทะตัว หนึ่ง แม่ก็เอะอะใหญ่และถามพระองค ์ชายว่า สมเด็จฯเคยสอนเรื่องยุง ทำไมจึงมาทำอย่างนี้ พระองค์ชายตอบว่า สมเด็จฯไม่ได้สอนเรื่องคางค ก เมื่อข้าพเจ้าไปสัมภาษณ์พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื ่อเดือนธันวาคม ๒๕๒๙ ได้ทูลถามว่าทรงจำเรื่องคาง คกนั้นได้ไหม รับสั่งว่าทรงจำได้ และคางคกนั้นไม่ได้ไปจับมาม ันกระโดดลงไปในกระทะเองโดยบ ังเอิญ
จากส่วนหนึ่งในหนังสือ “เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระนิพนธ์แด่พระอนุชาผู้ เป็นที่รักยิ่ง

แมวทรงเลี้ยง
คุณติโตเป็นแมวตัวเดียวที่ท รงเลี้ยงของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงเลี้ยงระหว่างประทับอยู่ ที่สวิตเซอร์แลนด์มีสีน้ำตา ลเข้มและมีหูกับส่วนต่างๆ ออ กสีเข้มกว่าตัวอกสีอ่อน ตาสีฟ้า เป็นแมวที่ชอบการท่องเที่ยว ชอบหนีเที่ยวไปข้างนอกแล้วเ ข้าพระตำหนักไม่ได้เป็นประจ ำ ทั้งยังช่างครวญครางคล้ายจะ พูดได้เป็นที่สุด
ติโตแมวเพศผู้ พันธุ์วิเชียรมาศที่สมเด็จย ่าทรงเลี้ยงคู่กับ ติต้า เพศเมีย เมื่อครั้งประทับอยู่ที่ ตำหนักเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๗
ทั้งนี้ “ติโต” นั้นคือ ชื่อแฝงของ ประธานาธิบดีโยซิป โบรช (Josip Broz) ของประเทศยูโกสลาเวีย เป็น นักต่อสู้ ผู้กล้าหาญ และมีเลือดรักชาติอย่างที่ส ุด ผู้หาญสู้กับฮิตเลอร์ในสงคร ามโลกครั้งที่ ๒ ด้วยความองอาจ รวมทั้งรักษาประเทศให้พ้นจา กอำนาจของสหภาพโซเวียต
fb: นิทรรศการพลังแผ่นดิน อัศจรรย์งานศิลป์ แผ่นดินสยาม

“…อดคิดถึงพี่ไม่ได้เลยแม ้แต่ขณะเดียว ฉันเคยคิดว่า ฉันจะไม่ห่างจากพี่ตลอดชีวิ ต แต่มันเป็นเคราะห์กรรม ไม่ได้คิดเลยว่าจะเป็นกษัตร ิย์ คิดแต่จะเป็นน้องของพี่เท่า นั้น..”
พระราชกระแสของพระบาทสมเด็ จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ อ้างอิงจากบทความเรื่อง “เมื่อข้าพเจ้าบินไปสืบกรณี สวรรคต ที่สวิตเซอร์แลนด์” ซึ่งบันทึกคำสัมภาษณ์พระพิน ิจชนคดี โดยผู้ใช้นามปากกาว่า “แหลมสน” ตีพิมพ์ใน เกียรติศักดิ์ ฉบับวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๑

แข่งกันว่า ใครทำหน้า หน้าเกลียดที่สุด
(คำบรรยายจาก เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์)
(คำบรรยายจาก เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์)
เมื่อไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ใหม่ๆ เราจะพูดภาษาไทยด้วยกัน เมื่อพูดภาษาฝรั่งเศสได้คล่องแล้ว พี่น้องทั้งสามคนจะพูดภาษาฝรั่งเศสด้วยกัน แต่จะพูดภาษาไทยกับแม่เสมอไป เมื่อข้าพเจ้าไปกราบทูลสัมภาษณ์พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2530 ทรงเล่าขึ้นมาเองว่า คงเป็นเมื่อไปถึงโลซานน์ใหม่ๆ พระองค์ชาย หรือ ในหลวงร.๘ ชอบล้อว่า “จมูกเล็กหัก จมักเล็กหก จมกเล็กหุก ฮู ๆ ๆ” ทรงเล่าว่า “รำคาญและโกรธ” จึงไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็แนะนำให้หาอะไรไปล้อบ้างซิ เช่นที่นิ้วก้อยพระองค์ชาย ทรงมีร่องที่ปลายนิ้วข้างหนึ่งซึ่งทำให้ดูเหมือนมีติ่งอยู่ ไม่มีใครจำได้ว่าเป็นมาแต่กำเนิดหรือมาเป็นเอาภายหลัง พระองค์เล็กพยายามเอาเรื่องนี้ไปล้อ แต่พระองค์ชายไม่รู้สึกกระทบกระเทือนแต่อย่างไรเลย
จากส่วนหนึ่งในหนังสือ “เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระนิพนธ์แด่พระอนุชาผู้ เป็นที่รักยิ่ง
คราวนี้ลองมาชมภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จ.ปทุมธานี

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น